วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 8

รายชื่อหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย
หนังสือพิมพ์ทั่วไป

รายวัน

รายสามวัน

รายสัปดาห์

หนังสือพิมพ์ธุรกิจ

รายวัน

รายสามวัน

รายสัปดาห์

หนังสือพิมพ์กีฬา

รายวัน

รายสามวัน

  • ซูเปอร์พูล เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายสามวัน เสนอข่าวฟุตบอล และอัตราต่อรอง โดยเฉพาะฟุตบอลยุโรป ในเครือวัฏฏะ เว็บไซต์ซูเปอร์พูล
  • มองอย่างเซียน เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายสามวัน เสนอข่าวฟุตบอล และอัตราต่อรอง โดยเฉพาะฟุตบอลยุโรป ในเครือสยามสปอร์ต

หนังสือพิมพ์บันเทิง

รายวัน

รายสามวัน

หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ

  • Bkkpost logo.gif บางกอกโพสต์ (Bangkok Post) เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายวัน จำหน่ายในประเทศไทย ในเครือโพสต์ พับลิชชิง
  • Nation Logo.png เดอะ เนชั่น (The Nation) เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายวัน จำหน่ายในประเทศไทย ในเครือเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป
  • DailyXpress Logo.gif เดลี่ เอ็กซ์เพรส (Daily Xpress) เป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรายวัน แจกฟรีพร้อมหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น และสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร

หนังสือพิมพ์ภาษาจีน

หนังสือพิมพ์ภาษาญี่ปุ่น

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

ภาคเหนือ

  • Chiangmainews logo.png เชียงใหม่นิวส์ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันของภาคเหนือ
  • Thainews logo.gif ไทยนิวส์ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันของภาคเหนือ สำนักงานอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ภาคอีสาน

ภาคใต้

  • Focus logo.jpg โฟกัสภาคใต้ เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของภาคใต้ สำนักงานอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  • Samilatimes logo.jpg สมิหลา ไทมส์ เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของภาคใต้ สำนักงานอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  • ทางไท เป็นหนังสือพิมพ์รายปักษ์ของภาคใต้ สำนักงานอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  • Siangtai logo.jpg เสียงใต้ เป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายวันของภาคใต้ สำนักงานใหญ่อยู่ที่อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

หนังสือพิมพ์ออนไลน์

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ึ 7

ข้อมูลทั้งหมด ในปี พ.ศ ๒๕๒๗หนังสือพิมพ์รายวันจำหน่ายได้มากที่สุด


หนังสือพิมพ์ภาษาไทยรายวันฉบับเช้าที่มีจำนวนจำหน่ายมากที่สุดในประเทศไทยก็คือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปัจจุบันมีจำนวนพิมพ์ถึงวันละ ๘๐๐,๐๐๐ฉบับและพิมพ์วันละ ๖ กรอบ (ในปี ๒๕๒๗)
ปัจจุบันหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซทที่ทันสมัยที่สุดจำนวน ๓๐ ยูนิตพิมพ์ และใช้เรียงพิมพ์ด้วยเครื่องเรียงพิมพ์ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดเช่นกัน
เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐมีจำนวนพิมพ์เพียง ๑๑๐,๐๐๐ ฉบับต่อวันเท่านั้น
ต่อมาเมื่อหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเปลี่ยนเครื่องพิมพ์จาก ระบบโรตารีเลตเตอร์เพลส ๓ เครื่องมาเป็นระบบ ออฟเซทสองแถ ๑๔ ยูนิตเมื่อเดืนพฤศจิกายน ๒๔๑๓ มียอดพิมพ์ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ฉบับ ครั้งที่เกิดกรณี ๑๔ ตุลาคม ยอดพิมพ์เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๑๖ มีถึง ๓๙๒,๔๔๐ ฉบับ เมื่อวันที่๑๔ ตุลาคม ถึง ๕๔๘,๓๖๐ ฉบับ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ถึง ๖๘๗,๒๓๐ ฉบับ และเมื่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ถึง ๑,๑๘๑,๔๗๐ ฉบับ เมื่อฉบับวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๐ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับแถมพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพฯ มียอดพิมพ์ถึง ๑,๒๕๐,๐๐๐ ฉบับ
ก่อนหน้า พ.ศ. ๒๕๐๕ หนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำนวนจำหน่ายมากที่สุดก็เพียง ๓ -๔ หมื่น ฉบับเท่านั้น
แต่ก็อาจจะมียอดพิมพ์ขึ้นเมื่อมีข่าวสำคัญๆ เช่นเกิดมีการปฏิวัติรัฐประหารเป็นต้น แต่ก็เพิ่มไม่มาก
ปัจจุบันสำนักงานหรือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐตั้งอยู่เลขที่ ๑ ถนนวิภาวดีรังสิต สามเสนใน เขต บางเขน กรุงเทพ ฯ ใกล้กับสถานีขนส่งสายเหนือ (ตลาดหมอชิต)


www.212cafe.com/freeweboard/view.php?user=jubjang&id=18

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 6

พิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนชั้นสองของอาคาร ชาตรี โสภณพนิช ภายในบริเวณสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อาจารย์พลาดิสัย สิทธิธัญกิจ ประธานฝ่ายจัดอบรมของสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทยแห่งนี้กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา ค้นคว้าและรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ในวงการวิชาชีพหนังสือพิมพ์ไทย ภายในแบ่งเป็นส่วนจัดแสดงต่าง ๆ ส่วนแรกเรียกว่า ส่วนต้นแบบ ซึ่งหมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระองค์ท่านทรงเป็นองค์ปฐม เริ่มกิจการทางด้านการพิมพ์ และเป็นบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของคนไทย และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงเป็นกษัตริย์นักหนังสือพิมพ์ และพระองค์ทรงออกพระราชบัญญัติเรื่องสมุด หรือเรื่องหนังสือ อีกด้วย บริเวณนี้มีคอมพิวเตอร์ระบบมัลติมีเดียให้ผู้ชมค้นคว้าและเรียนรู้ถึงพระปรีชาสามารถของทั้ง 2 พระองค์ส่วนจัดแสดงต่อมาคือ ห้องหนังสือพิมพ์จำลอง เป็นการจำลองการทำงานของกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ผู้สื่อข่าว บรรณาธิการ และช่างเรียงพิมพ์ และอุปกรณ์ที่ใช้ในสมัยนั้นเช่น โต๊ะเก้าอี้ไม้แบบเก่า โต๊ะนักข่าวเป็นโต๊ะที่ใช้รวมสำหรับประชุมข่าวและใช้เขียนข่าว มีหุ่นเท่าคนจริงที่จำลองเป็นผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้าของและบรรณาธิการนั่งอยู่กลางห้องจำลองสีหน้าดูเคร่งเครียด และนักข่าวที่กำลังตั้งอกตั้งใจพิมพ์งาน ท่าทางเหมือนจะรีบพิมพ์ข่าวให้ทันปิดเล่มวันนี้ และช่างเรียงพิมพ์ที่กำลังจัดเรียงตัวอักษรทีละตัว ด้านหน้าของห้องจำลองมีคอมพิวเตอร์ระบบมัลติมีเดีย บอกเรื่องราวของหนังสือพิมพ์ไทยในอดีต กองบรรณาธิการ และการทำงานของนักข่าวในอดีต ให้เราได้ศึกษาด้วยตนเองเช่นกันกลางห้องของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหนังสือพิมพ์ L’ILLUSTRATION ค.ศ.1893 ฉบับจริง ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสที่ลงข่าวเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไทย เสด็จประพาสยุโรปผนังอีกด้านแสดงภาพระบบมัลติมีเดีย เสนอข่าวและข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่สำคัญบนจอขนาดใหญ่ให้เห็นได้ชัดเจนถัดมานำเสนอประวัติและผลงานของนักหนังสือพิมพ์คนสำคัญ เช่น ตวส. วรรณาโก (เทียนวรรณ) พระราชวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยลาภพฤติยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) พระเจ้าวงวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) ฝั่งตรงข้ามกันเป็น ห้องนิทรรศการหนังสือพิมพ์ไทย ด้านหน้าห้องประดับภาพฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายในห้องนิทรรศการ มีภาพของหนังสือพิมพ์และนิตยสารหัวต่างๆ พร้อมประวัติความเป็นมา ซึ่งผู้สนใจสามารถหยิบยืมชุดนิทรรศการเหล่านี้ไปจัดแสดงได้บริเวณโดยรอบของห้องจัดแสดง ยังมีเครื่องมือผลิตหนังสือพิมพ์ตั้งแต่ดั้งเดิมให้ได้ชม อาทิ เครื่องพิมพ์สองศตวรรษ แท่นพิมพ์รุ่นแรก เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นแรก และยังมีเครื่องไมโครฟิล์มให้ค้นคว้าข่าวสารต่าง ๆ จากหนังสือพิมพ์เก่าๆ เช่น หนังสือพิมพ์ศรีกรุง หนังสือพิมพ์ประชาชาติ นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว บริเวณชั้นเดียวกัน ยังมีห้องสมุดประชาชน ชินโสภณพนิช ให้ค้นคว้า มีห้องโสตทัศนูปกรณ์ เอื้องหลวง นำเสนอวิดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของหนังสือพิมพ์ไทยก่อนจะเข้าไปชมของจริงในพิพิธภัณฑ์

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ส่ง e-book

http://www.ebook.com/ebooks/Science/Understanding_the_New_Solar_System

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 5

ข้อดี - ข้อเสีย ระหว่างการอ่านข่าวอินเตอร์เน็ตกับหนังสือพิมพ์

การอ่านหนังสือพิมพ์บนอินเตอร์เน็ต
ข้อดี
1. อัพเดทข่าวสาวรวดเร็วทันใจ ทุกเหตุการณ์
2. ประหยัดเงินเพราะไม่ต้องซื้อหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ เดลินิวส์ คม ชัด ลึก เดอะเนชั่น บางกอกโพส์ฯลฯ
3. ไม่เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ กระดาษทำมาจากเยื่อต้นไม้ ถือว่าเป็นการช่วยโลกอีกวิธีหนึ่ง
4. มือไม่ติดหมึกเวลาอ่าน เมื่อมือติดหมึกอาจทำให้สารพิษที่เรียกว่าสารหนูเข้าร่างกายได้ ทำให้เกิดโรคอีกตังหาก
5. ง่ายสะดวกสบายแค่ คลิ๊ก.. เท่านั้น
6. เข้าถึงหัวข้อของคนที่อ่านได้โดยตรง เช่น ชอบเศรษฐกิจ หรือ การเมือง เจาะจงได้เลยไม่ต้องเสียเวลาเปิดค้นหาแถมสามารถเซฟได้ด้วยแค่คลิ๊กด้วยปลายนิ้ว ถ้าเกิดชอบบทความนั้นๆ ไม่ต้องยุ่งยากหากระดาษมาจด หรือหา กรรไกรมาตัด

ข้อเสีย
1.บางข่าวใช้เวลาโหลดนาน ไม่ทันใจวัยโจ๋ วุ้ย วุ้ย ยิ่งข่าวยอดฮิตโหลดนาน ทำให้เสียเวลานานในการอ่านหนังสือพิมพ์นานขึ้น
2.เสียค่าไฟแทน ประหยัดทรัพยากรด้านต้นไม้แต่แปรมาเป็นเสียทรัพยากรด้านพลังงานที่แปรมาเป็นค่าไฟ


การอ่านหนังสือพิมพ์
ข้อดี
1.ไม่ต้องใช้เวลาในการโหลด แค่เปิดพลิกๆก็อ่านได้ ไม่เสียเวลา
2.ไม่เปลืองทรัพยากรด้านพลังงานไฟฟ้า
3.ไม่โดนรังสีที่ออกมาจากคอมทำให้มีผลเป็นโรคมะเร็ง หรืออาจทำให้สายตาสั้นลงเร็วขึ้น และความเสี่ยงโรคอื่นๆอีกมากมาย
4.สามารถพกไปอ่านที่ไหนก็ได้ อ่านไม่จบก็พับเก็บไว้ก่อนแล้วเอาติดตัวไปด้วย จากนั้นค่อยอ่านใหม่

ข้อเสีย
1. เปลืองเงิน ถ้าจะอ่านข่าว ธุรกิจรายวัน เดอะเนชั่น และ ไทยรัฐ ต้องเสียเงินซื้อทั้งสามเล่มเลยทีเดียว ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
2. เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ เพราะว่าซื้อมากๆนั้น ทางโรงก็สั่งพิมมากขึ้นทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น
3. บ้านรกอ่านทุกวันๆ เก็บมันไม่ได้เอาไปทิ้งเป็นประจำ
4. การที่เราชอบหัวข้อไหนก็คลิ๊กได้เลยตรงหัวข้อนั้นๆ ทำให้เราไม่ได้สนใจอย่างอื่นและไม่ได้เข้าไปดู กลายเป็นว่ารู้ไม่ครอบคลุมแต่รู้เจาะจง เช่น ชอบดาราบันเทิง ก็จะรู้แต่เรื่องนั้น แต่ถ้าถากมีหนังสือพิมพ์ หัวข้อข่าวสามารถดึงดูดเราให้เราอ่านคอลัมน์อื่นๆได้


http://aryanjija.spaces.live.com/blog/cns!616DFB2844AEB167!355.entry

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ข่าวประจำสัปดาห์ที่ 4

ศตวรรษที่ 18 ศตวรษของหนังสือพิมพ์ในอังกฤษ (ต่อและจบ)

ศตวรรษที่ 18 เป็นยุคของความรอบรู้ (Age of Enlightenment) ปรัชญาเมธีจำนวนมากเผยแพร่ความคิดของตนในสิ่งพิมพ์ คนมีการศึกษาสูงขึ้นและฉลาดขึ้นกว่าในศตวรรษก่อนๆ ปี 1738 เริ่มการปฏิวัติอุตสาหกรรม เครื่องพิมพ์ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้การหนังสือพิมพ์เริ่มวางรากฐานมั่นคงขึ้นทั้งในด้านทุนผลิต คณะผู้จัดทำ การจัดจำหน่าย การสื่อข่าว การเขียนข่าวและสารคดี ตลอดจนความนิยมของผู้อ่านที่มีต่อหนังสือพิมพ์มากขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
มีข้อที่น่าสังเกต คือ แม้ผู้อ่านจะยอมรับหนังสือพิมพ์มากขึ้นและหนังสือพิมพ์มีอิทธิพลทางการเมือง แต่หลังจากยุคของแอดิสัน สวิฟท์ สตีล นักหนังสือพิมพ์กลับตกต่ำลงในด้านการยอมรับของสังคม ดอคเตอร์จอห์นสัน เขียนบทความลงใน London Chronicle ปี 1757 โจมตีนักหนังสือพิมพ์ที่ขายตัวเอง “ให้แก่บุคคลหรือพรรค…….ไม่มีความปรารถนาเพื่อสัจจะ หรือความคิดที่ดีงาม ไม่สนใจในการเสื่อมเสียชื่อเสียงของบุคคลอื่นมากกว่าการผูกตัวเองเข้ากับผลประโยชน์” ปี 1777 ระหว่างการสอบสวนคดีปลอมเอกสารของท่านสาธุคุณ William Dodd มีการพูดกันในศาลเพื่อยืนยันความผิดของจำเลยว่า “เขาจมต่ำในความเลวอย่างถึงขนาด พอๆ กับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทีเดียว” ความเสียหายของหนังสือพิมพ์ในศตวรรษนี้ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงในการรับสินบน บรรณาธิการสามารถรับจ้างเขียนโจมตีศัตรูของใครก็ได้ในอัตราค่าโฆษณา
สาเหตุที่เป็นดังนี้พอจะพิจารณาได้หลายแง่ เช่น นอกจากนักหนังสือพิมพ์ที่โด่งดังมากๆ 5-6 คนแล้ว มีนักหนังสือพิมพ์เป็นจำนวนมากที่มีการศึกษาและประสบการณ์เพียงครึ่งๆ กลางๆ ในเวลานั้นงานหนังสือพิมพ์เพิ่งจะเป็นอาชีพใหม่ นักหนังสือพิมพ์ที่จะยึดมั่นในอุดมการณ์ทางวิชาชีพจึงมีไม่มากนัก เป็นการฉุดดึงฐานะของอาชีพนี้ให้ตกต่ำ แต่ถึงแม้ว่าจะมีจุดบอดดังนี้ แต่หนังสือพิมพ์สมัยศตวรรษที่ 18 ก็ยังสามารถสร้างอิทธิพลทางการเมือง และมีอนาคตที่สดใสมากขึ้นในสมัยต่อมา
ศตวรรษที่ 18 มีการควบคุมหนังสือพิมพ์โดยการตั้งผู้ตรวจตราหนังสือพิมพ์ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่กว้างขวาง เช่น พระเจ้าเจมส์ที่ 2 ทรงแต่งตั้งเซอร์ โรเจอร์ เลสตรองนจ์ (Sir Roger L’Estrange) ให้ดำรงตำแหน่งนี้ บุคคลผู้นี้มองข่าวหนังสือพิมพ์ด้วยความแคลงใจว่า มันทำให้ประชาชนคุ้นเคยและใกล้ชิดกับพฤติกรรมของผู้ปกครองมากเกินไป และการที่เขาได้รับแต่งตั้งสู่ตำแหน่งนี้ก็เหมาะการตีพิมพ์ข้อเสนอให้ควบคุมสิ่งพิมพ์ ชื่อว่า “Confederations and Proposals in order to the Regulation of the Press” กษัตริย์ในราชวงศ์สจ๊วตเป็นผู้ตั้งข้อกล่าวหา เป็นผู้แต่งตั้งตุลาการ และจัดหาพยานหลักฐานในกรณีที่เห็นว่าผู้ใดมีความผิดฐานยุยงให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง
ค.ศ. 1712 รัฐบาลออกภาษีแสตมป์ (Stamp Act) เพื่อควบคุมการผลิตและจำนวนจำหน่าย ซึ่งในขณะเดียวกันรัฐก็ได้ผลประโยชน์ไปด้วย เจ้าของหนังสือพิมพ์ต้องจ่าย 1 เพนนีต่อกระดาษ 1 แผ่น บวกกับอีก 1 ชิลลิง สำหรับโฆษณาแต่ละชิ้นที่ลงพิมพ์ จำนวนเงินที่ต้องจ่ายนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้กฎหมายฉบับหลังๆ ที่ออกตามมาจนถึงปี 1836 ซึ่งภาษีเหล่านี้ได้ลดลงได้มีความพยายามจะเลี่ยงกฎหมายปี 1712 เช่น ตีพิมพ์เพียงหนึ่งหน้าครึ่ง และบอกว่าเป็นจุลสารด้วยวิธีนี้จะถูกหักภาษีเท่ากับ 1 หน้ากระดาษ ไม่ว่าจะมีจำนวนจำหน่ายเท่าใด และค่าภาษีก็ต่ำลงมาเพียง 2 ชิลลิงต่อ 1 หน้า อย่างไรก็ตาม การเพิ่มหนังสือพิมพ์เท่ากับต้องเสียภาษีเพิ่ม เท่ากับเป็นการจำกัดจำนวนและเนื้อข่าวหนังสือพิมพ์มีราคาแพงขึ้นทำให้จำนวนจำหน่ายต่ำ เป็นสิ่งที่ขัดขวางความเจริญของหนังสือพิมพ์ที่แสวงหาผู้อ่านเป็นอย่างมาก เพราะมีผู้อ่านจำนวนมากที่เข้าอ่านที่ร้านกาแฟหรือร้านเหล้า หรืออ่านฟรีตามที่อ่านหนังสือพิมพ์
“เหยี่ยว” ซึ่งขายหนังสือพิมพ์ข้างถนน (และหลายคนธุรกิจเฟื่องฟูถึงขนาดควบคุมการจัดจำหน่ายหนังสือ พิมพ์รายวันจำนวนหลายพันในกรุงลอนดอน) และช่างพิมพ์เป็นผู้รับผิดชอบ หากมีการออกหนังสือพิมพ์เถื่อนที่หนีภาษี โทษของ “เหยี่ยว” คือ จำคุกราว 3 เดือน ช่างพิมพ์มีโทษจำหรือปรับ การควบคุมของรัฐบาลไม่ได้ยุติเพียงเท่านี้ เลขาธิการยังมีคนทั่วไปในอังกฤษและสก๊อตแลนด์ให้คอยส่งรายงานเกี่ยวกับเนื้อหาหนังสือพิมพ์ เช่น มีการจ้าง Nicholas Paston ในปี 1722 ในราคา 200 ปอนด์ต่อปี ให้คอยตรวจสอบเนื้อหาหนังสือพิมพ์ และเป็นกึ่งๆ ผู้เซ็นเซอร์ ซึ่งวิธีการนี้รัฐบาลจะรู้ตัวล่วงหน้า หากมีความพยายามจะก่อกวนราชบัลลังก์คนข่าวของกษัตริย์มีเสรีอย่างยิ่งที่จะออกค้นจับกุม ยึดสมบัติในโรงพิมพ์ รื้อแท่นพิมพ์ จับช่างพิมพ์ และลูกจ้างเข้าคุก และคิดค่าประกันตัวหลายร้อยปอนด์ การสอบสวนอาจเนิ่นไปเป็นเดือนๆ หรือเป็นปี ซึ่งโทษอาจจะหมายถึงการเข้าชื่อค่าปรับและจำคุก สิ่งที่น่าแปลก คือ การตัดสินจากคณะลูกขุนเป็นไปอย่างล่าช้าตลอดศตวรรษที่ 18 ลัทธิอำนาจนิยมเป็นฝ่ายล่าถอย
วิธีการควบคุมของรัฐโดยทั่วไปได้ผลน้อยลงทุกที จึงมีการใช้วิธีใหม่ คือ การใช้เงินของแผ่นดินไปกว้านซื้อ หรือให้ความสนับสนุนแก่หนังสือพิมพ์เอกชน ในระยะเวลาอันยาวนานที่วอลโปล (Robert Walpol 1676-1745) ครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนแรกของอังกฤษ รัฐบาลใช้วิธีเอาเงินซื้อนักเขียนบทวิจารณ์การเมือง และหนังสือพิมพ์ก็มีข้อผูกพันกับรัฐบาลโดยใช้เงินราชการลับ นอกจากนี้บรรดาบรรณาธิการฝ่ายค้านก็มักถูกข่มขู่สลับกันไปกับการให้สินบนล่อใจ
ศตวรรษที่ 18 เป็นช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันในโลกใหม่กำลังเรียกหาเสรีภาพ การเรียกร้องนี้ข้ามแดนไปถึงยุโรปและเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศสในปี 1789 นับแต่ปี 1750 เป็นต้นมา คนอย่างวอลแตร์ รุสโซ ดิเดโรต์ เรียกร้องเสรีภาพทางการพิมพ์ Encyclopedia ประกาศว่า “ประเทศใดก็ตามที่พลเมืองไม่อาจคิดและเขียนความคิดของตนออกมาได้ ประเทศนั้นย่อมตกลงไปในหุบเหวแห่งความโง่เขลาเบาปัญญา ความงมงายและความป่าเถื่อน” ยุโรปก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเหตุผล (Age of Enlightenment) การต่อสู้เพื่อเสรีภาพทางการพิมพ์ในลอนดอนเริ่มขึ้นใน Daily Advertiser ในคอลัมน์ชื่อ “จดหมายของจูเนียส” (Letters of Junius) โจมตีรัฐบาล เรื่องการอนุญาตให้นักข่าวเข้าสังเกตการณ์รัฐสภา2 ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่สิบแปด มีวิวัฒนาการสำคัญสามประการซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้การดำเนินคดีในความผิดฐานยุยงให้เกิดความกระด้างกระเดื่องยากลำบากยิ่งขึ้น คือความเสื่อมของลัทธิอำนาจนิยม การเพิ่มบทบาทของพรรคการเมืองและการแพร่ขยายของลัทธิประชาธิปไตย แม้การจับกุมและดำเนินคดียังมีอยู่แต่คณะลูกขุน (Juries) มักไม่ยินยอมคล้ายตามและปฏิเสธที่จะลงโทษผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว





ในปี 1785 จอห์น วอลเตอร์ (John Walter) ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ Daily Universal Register ซึ่งต่อมาคือ The Times อันเลื่องชื่อของอังกฤษ การหนังสือพิมพ์ในอังกฤษค่อยๆ เคลื่อนย้ายเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ด้วยรากฐานที่มั่นคงพอสมควรสำหรับยุคใหม่ของหนังสือพิมพ์เพื่อมวลชน (Press for the Mass) ชื่อหนังสือพิมพ์จะถูกนำมาใช้สร้างประชามติ และเข้ามามีอิทธิพลทางการค้ามากขึ้นพร้อมด้วยวิวัฒนาการทางเครื่องจักร ในปี 1820 อังกฤษมีห้องอ่านหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศปี 1840 หนังสือพิมพ์ประกาศตนเป็นอิสระจากรัฐบาล เป็นตัวแทนประชามติให้ข้อมูลประชาชนหรือการตัดสินใจทางการเมือง Times เป็นตัวนำในการกู้ฐานะฐานันดร 4 ให้กลับคืนมา หนังสือพิมพ์อังกฤษในต้นศตวรรษที่ 19 มีทั้งความชำนาญ ความซื่อตรงต่ออาชีพและการอุทิศตนต่อสังคม ไม่มีใครซื้อคนหนังสือพิมพ์ได้อีกต่อไปปี 1850 เกิดหนังสือพิมพ์ราคาถูกฉบับแรก (penny papers) ชื่อ Daily Telegraph และในปี 1880 อังกฤษก็แปรโฉมหนังสือพิมพ์ไปสู่ยุคใหม่ ซึ่งเป็นยุคของการแสดงความคิดเห็นและยุคของอุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ ทางหนังสือพิมพ์ไปสู่อิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของฐานันดร 4 ในศตวรรษที่ 20






http://www.oknation.net/blog/print.php?id=53231